พอบอกว่าไปเรียนต่อปุ๊บ หลายคนมักคิดว่าต้องไปเรียนต่อระดับที่สูงขึ้น เช่น ปริญญาโท, เอก ฯลฯ แต่จริงๆแล้ว เรามีหลายทางเลือกในการไปเรียนต่อนะ เดี๋ยวนี้เด็กๆสามารถไปเรียนต่อญี่ปุ่นได้ตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย , หรือเราอาจจะแค่ไปเรียนภาษา เป็นต้น นอกจากนี้ ที่ญี่ปุ่นเองก็มีหลากหลายสาขาวิชาให้เราได้เลือกเรียน นอกจากการไปเรียนต่อระดับปริญญาโทหรือเอก แต่ไม่ใช่การเรียนในระดับนี้จะไม่ดีนะคะ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการไปเรียนของเรามากกว่าค่ะ

วันนี้เลยเลือกเรื่องการเรียนต่อในระดับวิทยาลัย หรือหลักสูตรวิชาชีพเฉพาะทางมาให้รู้จักกันจ๊ะ ^^

หลักสูตรวิชาชีพเฉพาะทางในวิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือที่เรียกว่า Senmon Gakkou นั้น.. เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่สอนตั้งแต่พื้นฐานและเน้นการปฏิบัติ ให้ผู้เรียนได้มีความชำนาญเฉพาะทาง  เมื่อเรียนจบแล้วสามารถนำทักษะความรู้ความสามารถมาประกอบอาชีพได้จริง  แม้ผู้เรียนไม่เคยมีความรู้ในด้านนั้น ๆ มาก่อนเลยก็สามารถเข้าเรียนได้  การเรียนในระดับวิทยาลัยลักษณะนี้  ในปัจจุบันจึงเป็นที่นิยมสำหรับนักศึกษาไทย ที่ต้องการเรียนรู้สาขาวิชาอื่น ๆ ที่แตกต่างไปจากสาขาวิชาที่เรียนจบมาในระดับปริญญาตรี 

สำหรับสาขาวิชาที่เปิดสอนนั้น  มีสาขาเฉพาะทางให้เลือกเรียนมากมายครบทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว , การโรงแรม  พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน, ด้านความสวยความงาม, การบริหาร , การค้าระหว่างประเทศ, การนำเข้าส่งออก , ล่ามและการแปล,  การสอนภาษา, การทำเกมส์, การ์ตูน, อนิเมชั่น, ดนตรี, เวบดีไซน์, แฟชั่นดีไซน์, การออกแบบสิ่งพิมพ์,การออกแบบผลิตภัณฑ์, การทำอาหาร, เบเกอรี่ , วิศวกรรม ,สถาปนิก , เครื่องยนต์ , สัตว์เลี้ยง , การดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ, เทคนิคการแพทย์ ฯลฯ  



ระยะเวลาเรียนจะแตกต่างกันไปตามหลักสูตร ซึ่งจะอยู่ในระยะเวลา 1-3 ปี แต่ส่วนใหญ่จะกำหนดหลักสูตรไว้ 2 ปี นี่อาจเป็นอีกคำตอบหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากเรียนเพื่อฝึกฝนทักษะและสิ่งที่ชอบเพื่อนำมาใช้ประกอบอาชีพจริงได้  หรือผู้ที่ต้องการเรียนในสาขาอื่นที่แตกต่างไปจากสาขาที่จบมา  โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้เดิมและใช้เวลาเรียนไม่มากนัก     

หลักสูตรที่นักเรียนไทยให้ความสนใจไปศึกษาต่อได้แก่ คอมพิวเตอร์กราฟฟิค, เวบดีไซน์, การทำเกมส์, การ์ตูนอนิเมชั่น, การออกแบบผลิตภัณฑ์, แฟชั่นดีไซน์, เบเกอรี่, บริหาร , การค้าระหว่างประเทศ , ธุรกิจนำเข้าส่งออก เป็นต้น 

การฝึกงานและการทำงาน
เนื่องจากการเรียนในลักษณะนี้  ทุกสถาบันจะเน้นการฝึกฝนให้นักเรียนมีความรู้ความชำนาญในสาขาที่เรียน  เมื่อจบการศึกษาแล้วจะสามารถออกมาทำงานได้อย่างมืออาชีพ  ดังนั้นในระหว่างที่เรียน จะต้องมีการฝึกงาน  เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ในโลกของการทำงานจริง  อีกทั้งยังมีการสนับสนุนเรื่องการหางานให้นักเรียนทำหลังจบการศึกษา   นอกจากนี้ แต่ละสถาบันยังใช้สถิติการได้งานทำของนักเรียนเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของสถาบันอีกด้วย  ฉะนั้นทุกสถาบันจึงพยายามที่จะผลักดันให้นักเรียนของตนได้งานทำในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด  ทั้งนี้นักเรียนต่างชาติก็สามารถหางานทำในประเทศญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน     


 

การสมัครเข้าเรียน
สำหรับนักเรียนไทยที่มีสอบผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ 2 แล้ว สามารถสมัครสอบเข้าเรียนได้โดยตรง  ซึ่งปัจจุบันมีวิทยาลัยหลายแห่งที่จัดสอบตรงในประเทศไทย   แต่สำหรับนักเรียนที่ยังไม่มีพื้นฐานความรู้ภาษาญี่ปุ่นเพียงพอ  ส่วนใหญ่จำเป็นต้องไปเรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน อย่างน้อยประมาณ 1 ปี  เพื่อให้สามารถฟังการเรียนการสอนได้อย่างเข้าใจค่ะ


::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

เล่าให้ฟังตั้งเยอะ พอจะนึกภาพวิทยาลัยวิชาชีพของญี่ปุ่นออกมั๊ยคะ เอาไว้จะมาพูดถึงระดับอื่นๆอีกนะคะ ก่อนจบบล๊อกวันนี้ขอฝากข่าวสำหรับใครที่สนใจเรื่องการเรียนต่อญี่ปุ่นไว้นิดนึงค่ะ

สัมมนา "แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น หลักสูตรภาษาและวิชาชีพ"
โดยวิทยาลัยวิชาชีพชั้นนำ College of Business and Communication (CBC)

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคมนี้ 12.30 น.
ห้องสีลม โรงแรมดุสิตธานี.. เข้างานได้ฟรีนะคะ
ลองดูข้อมูลพร้อมลงทะเบียนได้เลยที่นี่ http://jeducation.com/THAI/seminar/cbcseminar/17oct2010/index.htm

Comment

Comment:

Tweet

น่าสนใจดีนะ ไปเรียนพร้อมทำงานที่โน่นทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นไปในตัวด้วย ลักษณะการอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ก็คล้้ายๆกับบ้านเรา เอาข้อมูลเกี่ยวกับ TOEIC มาฝากไว้นะครับเผื่อว่าจำเป็ต้องใช้ในการไปเรียนต่อ
http://www.youtube.com/watch?v=prvkSb7JdaQ

#2 By (10.209.7.14, 202.12.97.125) on 2011-12-28 11:28

ขอบพระคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะ มันจำเป็นต่อเรามากเลยHot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By MEI(モミジ) on 2010-10-15 19:59