กลับมาว่ากันต่อจากตอนที่แล้วนะคะ เราพูดเรื่องที่พักที่อยู่กันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเรื่องอาหารการกินกันบ้างแล้วล่ะค่า~~

:: การกินอยู่ และหนทางการประหยัด ::

เรื่องกินอยู่นั้น สามารถประมาณเป็นค่าอาหารได้ 20,000- 60,000 เยนต่อเดือน และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เช่น ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีก 20,000-30,000 เยนต่อเดือน แล้วแต่การใช้เงินของแต่ละบุคคลค่ะ



เรามาลองดูตัวอย่างราคาสินค้า และบริการบางอย่างของญี่ปุ่นในเขตโตเกียวกันนะคะ (คำนวณจาก 100 เยน = 35 บาท)

เนื้อหมู (100 กรัม) 188 เยน 66 บาท
เนื้อไก่ (100 กรัม) 158 เยน 55 บาท
ข้าวสาร (5 กิโลกรัม) 1680 เยน 588 บาท
กะหล่ำปลี (1 หัว) 258 เยน 90 บาท
 

แอปเปิ้ล (1 ลูก) 155 เยน 54 บาท
กล้วย (4 ผล) 110 เยน 39 บาท
ไข่ไก่ (10ฟอง) 188 เยน 66 บาท
บะหมี่ถ้วย 150 เยน 53 บาท


โคล่า (กระป๋อง 500 ม.ล.) 120 เยน 42 บาท
นม (1000 ม.ล.) 228 เยน 80 บาท
น้ำผลไม้ (1000 ม.ล.) 148 เยน 52 บาท
น้ำมันพืช (1000 ม.ล.) 398 เยน 140 บาท


ผงซักฟอก (1 กิโลกรัม) 398 เยน 140 บาท
Taxi (ราคาเริ่มต้น) 660 เยน 231 บาท
ค่าตัดผม 3000 เยน 1,050 บาท
ค่าบัตรชมภาพยนตร์ 1800 เยน 630 บาท




จะเห็นว่าราคาแตกต่างจากบ้านเรามากเลยใช่มั๊ยคะ แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่างจะแพงกว่า ของบางอย่างก็ถูกกว่ามาก อย่างเช่น เสื้อผ้าบางยี่ห้อ รองเท้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ หากจะจับจ่ายใช้สอยอะไร ก็สืบเสาะค้นหาข้อมูลดีๆ รับรองว่า ญี่ปุ่นก็มีของถูกคุณภาพดีอยู่มากมายเลยล่ะค่ะ

ถึงตอนนี้บางคนอาจจะกลัวจนตัวสั่นกับการใช้เงินในประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว แต่ว่าหนทางประหยัดมีอยู่หลายเส้นทางนะคะ ไปใช้ชีวิตเมืองนอกทั้งที ก็ไม่ควรประหยัด ทำตัวอดอยากปากแห้งจนเกินไป เอาแต่หมกตัวในบ้าน กลัวออกไปแล้วเสียตังค์ หรือกินแต่บะหมี่สำเร็จรูปทุกวัน เพราะคิดว่าประหยัดกว่าถูกกว่า จริงๆแล้วแบบนี้ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ถูกหรอกค่ะ และยังจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของเราอีกด้วย อย่างร้านขายของมือสอง ซุปเปอร์มาเก็ตที่ลดราคาช่วงห้างใกล้ปิด ร้าน100เยนที่ขายทั้งของกินของใช้ เครื่องเขียน ฯลฯ ก็เป็นที่พึ่งพิงสำหรับการใช้จ่ายได้ดีทีเดียวนะคะ



จะเห็นว่าส่วนของค่าใช้จ่ายที่เราสามารถประหยัด และใช้เงินอย่างชาญฉลาดได้นั้นมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส และอย่างที่สองคือการกินอยู่นั้นเอง โดยในส่วนของค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส บางคนอาจคิดว่าคงไม่ได้มากมายอะไร แต่อย่าลืมว่าญี่ปุ่นไม่ใช่เมืองไทย อะไร ๆ ก็ต้องแพงขึ้นตามอัตราค่าครองชีพของเค้า ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะแปรผันไปตามฤดูกาล อย่างเช่นหน้าร้อนเราอาจอาบน้ำบ่อย เปิดแอร์นิด หน้าหนาวอาจจะอาบน้ำน้อยลงแต่ใช้น้ำอุ่นเยอะขึ้น (ในญี่ปุ่นน้ำอุ่นสำหรับอาบจะใช้แก๊ส ทำให้ค่าแก๊สเพิ่มขึ้นตามค่าน้ำด้วย) และเปิดฮีตเตอร์มากขึ้น เป็นต้น ค่าไฟค่าน้ำรวมกันจาก 3000 เยน(หน้าร้อน) อาจพุ่งไปเป็นหมื่นเยน(ในหน้าหนาว)ได้นะคะ


หนทางประหยัดต้องควบคู่กับความอดทน ถ้าไม่ร้อนมากการใช้พัดลม หรือถ้าหนาวการใช้ฮีตเตอร์ขนาดเล็กแบบตั้งพื้นก็จะประหยัดกว่าการใช้เครื่องปรับอากาศติดผนัง หรือใช้ที่ทำความร้อนแบบอื่น เช่น ผ้าห่มไฟฟ้า หรือถุงทำน้ำร้อนแทนฮีตเตอร์ก็ได้ ส่วนของน้ำอาจอาบน้ำให้น้อยครั้งลง หรือระยะเวลาสั้นลง เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการปรับตัวของแต่ละคน แต่ก็ไม่ต้องประหยัดเกินไปจนไม่สบายเอา ทำบนความพอเพียงก็พอค่ะ



ส่วนของอาหารการกิน หากเราซื้ออาหารกล่องหรือออกไปทานตามร้านอาหารทุกวัน รับรองว่า งบบานปลายแน่นอน เหตุเพราะการกินอาหารนอกบ้านอย่างถูกสุดก็มื้อละ 500 – 800 เยน และจะไม่มีให้เลือกมากมายนัก ถ้าอยากกินหรูก็ต้องแพงขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นควรเลือกกินนอกบ้านเวลาโอกาสพิเศษ หรือในเวลาเบื่ออาหารมากๆ เป็นต้น ส่วนการทำอาหารเองอาจตกแค่มื้อละ 200-300 เยนเท่านั้น การทำอาหารกินเองจึงถือเป็นหนทางที่ประหยัดที่สุดก็ว่าได้ค่ะ



โดยหากทำเองทั้งหมดจากวัตถุดิบสดๆก็จะถูกมาก แต่การเลือกซื้อของสดก็ต้องเสาะหาราคาถูก อย่างการซื้อตามตลาดสดจะถูกกว่าซื้อตามซุปเปอร์มาเก็ต นอกจากนี้ ถ้าอยากได้ถูกแบบสุดๆต้องติดตามใบประกาศลดราคาของร้านค้าที่แจกทั่วไป แต่ของถูกมักจะมีจำนวนน้อย และอาจจะต้องแย่งชิงกับแม่บ้านญี่ปุ่น ที่เรื่องการแย่งซื้อของถูกไม่เคยยอมแพ้ใครแน่นอน ดังนั้น ใครที่ทำอาหารไม่เป็นเลย ควรหัดทำเฉพาะที่ตัวเองชอบไปซัก 6 - 7 อย่างที่ทำเองได้ไม่ยากเย็นนัก หลังจากนั้น อาจลองฝึกทำอะไรแปลกใหม่เอาเองตามใจชอบ ส่วนอีกวิธีคือการใช้เครื่องปรุงสำเร็จ เช่น ผงผัดข้าว ผงทำอาหาร ซอสสำเร็จรูป เป็นตัวช่วยทำให้การทำอาหารด้วยตัวเองสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แต่ก็จะประหยัดน้อยกว่าซื้อมาทำเองทั้งหมดค่ะ

ส่วนใครจะหาทางออกด้วยการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือ fastfood อย่างเดียวล่ะก็.. เปลี่ยนความคิดไปได้เลยค่ะ เพราะนอกจากไม่ได้คุณค่าทางอาหารแล้ว ยังมีราคาแพงกว่าทำอาหารเองอีกด้วย เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างถูกที่สุด มีเส้นอย่างเดียวก็ตกซองละ 100 กว่าเยนแล้วนะคะ 


นี่อาจเป็นเพียงข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆ หากไปอยู่จริงอาจทำได้มากกว่านี้อีก แต่ก็อย่างที่บอกไว้ เราควรยึดหลักทางสายกลางในการดำรงชีวิต ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป แล้วชีวิตในต่างแดนของคุณๆก็จะมีความสุขค่ะ :-) 

Comment

Comment:

Tweet

ซื้อกรรไกรในร้าน 100เยน แล้วกลบมาตัดเองที่หอ
ถูกดี เหอๆๆsad smile

#5 By Kw@nG on 2010-07-08 15:29

แพงโม้กกกกกกกกกกกกก

#4 By Bright Bright on 2010-05-13 23:29

ค่าตัดผม 3000 เยน 1,050 บาท
โหยยยยย
อะไรจะปานนั้น!?

#3 By Quose on 2010-05-13 18:38

ง๊าาา แพงเป็นบ้าเลย

หมู 1 ขีด 66 บาท

หมู 1 กก 660 บาท

บ้านเราหมูโลละ 130 เองงิ

#2 By Silkylove-Miuu on 2010-05-13 16:31

angry smile ที่ญี่ปุ่นของแพงมากกกก

#1 By kwangbe on 2010-05-13 16:25