จำเป็นหรือไม่ที่ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่น ก่อนไปเรียนญี่ปุ่น??

หนึ่งในคำถามยอดฮิตสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น คือ เราจำเป็นที่จะต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นมากน้อยแค่ไหนก่อนไป ต้องอ่านออก เขียนได้ พูดได้ ฟังรู้เรื่องในระดับไหนถึงจะไม่มีปัญหา  จริงๆแล้วคำถามนี้ก็ไม่มีคำตอบตายตัวหรอกค่ะ ว่าจำเป็นหรือเปล่า??

แต่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วใช่ไหมคะ ว่าประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่อนุรักษ์ความเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างยอดเยี่ยม สังเกตได้จากประเพณี วัฒนธรรมต่างๆที่ถือเป็นจุดเด่นของญี่ปุ่น อย่างเช่น การจัดดอกไม้ (Ikebana) , พิธีชงชา หรือการแต่งกายชุดประจำชาติ อย่างกิโมโน หรือยูกาตะ ออกมาเดินตามท้องถนนก็พบเห็นได้ไม่ยาก แม้ญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี ความไฮเทคทันสมัย แต่ก็ไม่เคยละเลย หรือละทิ้งความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมเลย และสิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่น ยังคงเป็นญี่ปุ่นในทุกวันนี้ ก็มีส่วนมาจาก “ภาษาญี่ปุ่น” นั่นเอง



หลายๆคนที่เคยไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น อาจเคยประสบปัญหาในเรื่องของการสื่อสารอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทาง ชื่อสถานีรถไฟ เมนูอาหาร หรือตามร้านค้าต่างๆ แทบจะมีแต่ภาษาญี่ปุ่น ทั้งคันจิ ฮิรางานะ คาตาคานะ ปนกันมั่ว จนลายตาไปหมด คงมีแค่สถานที่สำคัญๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆเท่านั้นที่อาจจะมีภาษาอังกฤษกำกับอยู่ด้วย แค่นี้ยังไม่เท่าไหร่ แต่การสื่อสารกับคนด้วยกันยิ่งเป็นปัญหาและน่าหงุดหงิดหัวใจมากกว่า ถ้าจะถามทาง ซื้อของ สั่งอาหาร หรือพูดคุยในชีวิตประจำวัน การใช้ภาษาอังกฤษอาจไม่ได้รับความกระจ่าง หนำซ้ำจะทำให้เราสับสนมากขึ้น



จากประสบการณ์โดยตรงแล้ว หากเราพูดภาษาอังกฤษใส่คนญี่ปุ่น จะมีการตอบรับอยู่สามทาง อย่างแรกตอบกลับมาเป็นภาษาญี่ปุ่นจัดชุดใหญ่มาให้เลย (สรุปคือเขาไม่รู้ภาษาอังกฤษนั่นเอง) อย่างที่สอง.. ถ้าโชคดีจะได้คำตอบเป็นภาษาอังกฤษกลับคืนมา แต่เนื่องจากการพูดภาษาอังกฤษของคนญี่ปุ่นค่อนข้างจะมีข้อจำกัดในเรื่องการออกเสียง อย่างเช่น ลองถามหา Mc Donald น้อยคนที่จะรู้เรื่อง ต้องบอกว่า แมค-คุ-โด-นา-รุ-โด ยิ่งพูดมาเป็นประโยคภาษาอังกฤษยาวๆ บวกกับการออกเสียงแปลกๆ มันอาจจะทำให้เราปวดหัวมากขึ้นไปอีก ถึงจะซาบซึ้งกับความพยายาม แต่ก็ช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้มากนัก อย่างสุดท้าย เรียกว่าพวกเอาตัวรอด หากอยู่ๆเราเข้าไปถามทางคนญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษ จะมีคนส่วนหนึ่งมองหน้า และเดินหนีไปเลย อนิจจาของชีวิตคนต่างชาติ :(

อันนี้ยังแค่สถานการณ์ที่อาจพบเจอได้จากการท่องเที่ยว แต่ลองคิดภาพการต้องไปอยู่เป็นระยะเวลานาน อย่างไปเรียนภาษาสามเดือน หรือไปเรียนเป็นปีๆ ถ้าต้องทนอยู่กับสภาพนี้คงเครียดแน่ ครั้นคิดว่า เดี๋ยวไปถึงค่อยไปเรียนภาษาเอาก็ได้ แต่เอาเข้าจริงแล้ว แค่เราเหยียบประเทศญี่ปุ่นก็แทบต้องปวดหัวกับภาษาตั้งแต่เริ่มแล้ว ไปถึงต้องติดต่ออาจารย์บ้าง ต้องขึ้นรถไปหอพัก ไปมหาวิทยาลัย ต้องติดต่อที่ว่าการเขตบ้าง ซื้อของใช้จำเป็น ซื้อโทรศัพท์มือถือ ไปถึงยังทำกับข้าวไม่ได้ ต้องออกไปกินร้านอาหาร แค่คิดภาพการไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลย ก็น่ากลัวจนขนหัวลุก



แต่ถ้าอย่างน้อยเราอ่านฮิรางานะ คาตาคานะได้ คันจิก็พอจำได้ อ่านได้บ้าง ฟังอาจจะไม่เก่งมาก แต่พูดพอเป็น อย่างการทักทาย การซื้อของ สั่งอาหาร หรือเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันที่จะทำให้เรามีชีวิตรอดผ่านพ้นไปในวันนั้นๆได้ มันก็ดีกว่าไม่ใช่หรอคะ ถ้าจะพึ่งภาษาอังกฤษอย่างเดียวตอนเริ่มแรกล่ะก็.. อาจทำให้อะไรต่างๆยากขึ้น และช้าขึ้นไปอีก ถ้ารู้ภาษาญี่ปุ่นบ้างเล็กน้อย เวลาได้เจอมันทุกวัน เราก็ยังพอรับมือกับมันได้ และการเรียนรู้ด้านภาษาของเราก็จะพัฒนาได้เร็วขึ้นกว่าการต้องเริ่มต้นตั้งแต่แรกด้วยค่ะ

สำหรับคนที่ไม่ได้ไปญี่ปุ่น  แต่อยากได้ภาษาที่สาม  เพื่อ up ความสามารถ up เงินเดือน ก็ถือเป็นอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกัน



ถ้าคิดเหมือนกันแล้วล่ะก็.. คงอยู่เฉยๆรอเวลาไปญี่ปุ่นอย่างเดียวไม่ได้แล้วนะคะ ต้องหาทางเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นขั้นพื้นฐาน หรือพอให้พูดเป็น ฟังรู้เรื่อง  ถ้าอย่างนั้นลองมองหาคอร์สเรียนภาษาที่เหมาะสมกับตัวเองดูได้ หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรเรียนอย่างไร แบบไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง ลองเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับพี่ๆที่ Jeducation Center กันได้ค่ะ



นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่ได้ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ก็สามารถสมัครเรียนได้เช่นกัน หลักสูตรที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นและได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากการเรียนภาษาแล้ว เรายังมีกิจกรรมต่างๆให้เพื่อนๆได้เข้าร่วมเรียนรู้วัฒนธรรมกับคนญี่ปุ่นอีกเพียบค่ะ..

สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น Jeducation Center
ชั้น 23 อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพฯ
โทร. 0-2267-7726 ต่อ 111-112
อีเมล์. school@jeducation.com
ดูรายละเอียดคอร์สเรียนที่กำลังเปิดรับสมัคร >> คลิกที่นี่!!

Comment

Comment:

Tweet